วิธีอัพโหลดรูปภาพและวิดีโอ HD บน Facebook

วิธีอัพโหลดรูปภาพ HD อัพเดททิปไอทีกับ 1000TIPsIT สำหรับที่กำลังประสบกับปัญหาและมีคำถามในใจว่าทำไม “รูป Facebook แตก” เป็นเป็นปัญหาของหลายคนทั้งที่มือถือหรือกล้องที่ใช้ถ่ายรูปนั้นมีความคมชัด แต่พออัพโหลดขึ้น Facebook เมื่อไหร่กลายเป็นกล้องเว็บแคมเมื่อนั้น วันนี้เรามีทิปไอทีมาฝากครับ เทคนิคเล็กน้อยเกี่ยวกับการ Upload HD Photo ผ่าน App ทั้ง iOS และ Android

วิธีอัพโหลดรูปภาพ HD สำหรับ iOS

  • ไปที่แอพ Facebook เลือกที่เมนู> Settings (การตั้งค่า)
  • เลือก Account Settings (ตั้งค่าบัญชี)

 

  • จากนั้นเลือก Videos and Photos (วิดีโอและรูปภาพ)
  • เปิด Upload HD ให้กับทั้งวิดีโอและรูปภาพ
  • วิธีอัพโหลดรูปภาพ HD สำหรับ Android

    • ไปที่แอพ Facebook 
    • จากนั้นเลือกที่ เมนูการตั้งค่า
    • เลือก การตั้งค่าแอพ
    • เปิดการใช้งาน อัพโหลดรูปภาพด้วยความละเอียดสูง
    • เปิดการใช้งาน อัพโหลดวีดีโอความละเอียดสูง

ข้อมูลอ้างอิงจาก

1000TIPsIT

Upload HD Photo

 

วิธีบีบไฟล์ WinRAR ให้เล็กที่สุด

วิธีบีบไฟล์ WinRAR อัพเดททิปไอทีกับ 1000TIPsIT ในการบีบอัดไฟล์ให้เล็กลงเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้มากขึ้น หรือเพื่อส่งเมล์ สำหรับหลายคนคงจะบีบอัดไฟล์ด้วย WinRAR  หรือ WinZIP แต่จะทำอย่างไรให้มีขนาดเล็กมากที่สุด วันนี้เรามีทิปไอทีเกี่ยวกับ วิธีบีบไฟล์ ให้เล็กที่สุด จาก 4.54GB เหลือ 340KB!! โดยใช้โปรแกรม WinRAR มาฝากครับ โปรแกรม WinRAR สามารถบีบอัดข้อมูลสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับข้อมูลมัลติมีเดียไฟล์เพลง ไฟล์หนัง ไฟล์เอกสารต่างๆ  ครอบคลุมสามารถแตกไฟล์ มีฟังก์ชันมากมาย เช่น การตั้งค่ารหัสผ่าน, การเพิ่มข้อมูล แม้แต่การซ่อมแซมความเสียหายของข้อมูลและการล็อคเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม และจะเก็บข้อมูลที่มีการอัพเดทครั้งล่าสุด สามารถแบ่งไฟล์ จากขนาดใหญ่ๆให้เป็นหลายๆไฟล์ได้ด้วย

วิธีบีบไฟล์ WinRAR ให้เล็กที่สุด
เริ่มด้วยการเปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ แล้วเข้าไปที่ ตั้งค่า
ไปที่แท็บ การบีบอัด > คลิกสร้างค่าที่ใช้ปกติ

ที่แท็บทั่วไป > จากนั้นให้เลือก วิธีการบีบอัดข้อมูล > เลือก ดีที่สุด

จากนั้นไปที่แท็บ ขั้นสูง > คลิก การบีบอัด

ตั้งค่าตามภาพ > แล้วกด ตกลง > OK

เสร็จแล้วครับ

วิธีการตั้งค่าง่ายๆ ทีนี้มาทดสอบกันดูครับว่ามันทำได้จริงๆไหม โดยไฟล์ที่จะใช้ทดสอบเป็นไฟล์ Windows 7 Fusion ที่เป็นที่ฮือฮามากว่าสามารถบีบไฟล์ให้เล็กลงขนาดนี้ได้อย่างไร คำตอบคือด้วยวิธีการตั้งค่าตามด้านบนครับ

จะเห็นว่าอัตราส่วนการบีบอัดเหลือ 0% (ยิ่ง % น้อยไฟล์ยิ่งเล็ก)

ขนาดหลังการบีบอัดเหลือเพียง 340KB เท่านั้น

เมื่อท่านได้นำวิธีการตั้งค่านี้ไปใช้ว่าทำไมมันถึงบีบอัดไฟล์ได้ไม่เล็กเหลืออัตราส่วนการบีบอัดแค่ 0% อย่างนี้ คำตอบคือการตั้งค่าแบบนี้ตัวโปรแกรมจะปรับลักษณะการบีบอัด หรือวิธีการบีบอัดไปตามลักษณะองค์ประกอบของไฟล์นั้นๆโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้บีบอัดไฟล์ได้เล็กที่สุดเท่าที่องค์ประกอบต่างๆของไฟล์จะเอื้อ สรุปคือจะบีบอัดได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับไฟล์ที่เราเอามาบีบอัดนั่นเอง ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะทำอย่างไรให้ไฟล์มีลักษณะที่เหมาะสมที่จะทำให้ WinRAR บีบไฟล์นั้นให้เล็กเท่านี้ได้

ข้อมูลอ้างอิงจาก

1000tipsit

วิธีบีบไฟล์ WinRAR

 

 

(Window10) วิธีแคปหน้าจออย่างรวดเร็วด้วย Snipping Tool

บอกลาปุ่ม “PrntScr” ด้วย Snipping Tool หรือ Windows Key + Print Screen วิธี Print Screen หน้าจอคอมพ์ หรือ Desktop ฉบับเร่งรีบ

เวลาต้องการแคปหน้าจอ (Desktop) หรือ Print Screen นั้น หลายคนคงนิยมกดปุ่ม “PrntScr” แล้วเปิดโปรแกรม “Paint” จากนั้นก็ ก็อบภาพวาง กดครอปรูปที่ต้องการ และกดเซฟ เพียง Print Screen รูปเดียว กลับต้องใช้ขั้นตอนไม่น้อยเลย ดังนั้นขอเสนอวิธีลดขั้นตอน ด้วย “Snipping Tool” โปรแกรมติด Windows (มีมานานแล้ว) ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ในการแคปหน้าจอดังนี้

ไปที่ช่องค้นหา (Search) ตรง Taskbar หรือปุ่ม Start จากนั้นให้พิมพ์คำว่า “Snipping Tool” ลงในช่อง

เมื่อเจอตัวโรแกรมแล้ว ใครที่ใช้ Windows 10 ให้กด Pin to Start หรือ Pin to Taskbar ไว้เลย จะได้สะดวกต่อการเรียกใช้งานภายหลัง

เปิดโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมา แล้วกดที่ปุ่ม “New” เลือกส่วน Print Screen ที่ต้องการครอป

เสร็จแล้วให้กด Save As พร้อมเลือกไฟล์ที่ต้องการบันทึก เป็นอันเสร็จ

สำหรับใครที่เร่งรีบ ก็มีวิธี Print Screen จบในขั้นตอนเดียวด้วยการ กดปุ่ม Windows Key + Print Screen รูปภาพก็จะถูกเซฟในโฟลเดอร์ Pictures > Screenshot โดยอัตโนมัติทันที

เช็คแบตเตอรี่เสื่อมง่ายๆ กับ 3 วิธี เช็คแบต

ทุกวันนี้มือถือส่วนใหญ่จะมีเรื่องของระบบประหยัดพลังงานและชาร์จไฟไวที่มีความเร็วสูงขึ้น และมีจุดเด่นในเรื่องของระบบจัดการลังงาน แต่ว่าก็จะมีอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามไปว่า แล้วจะเช็คว่ามือถือแบตเตอรี่เสื่อมนั้นทำอย่างไรได้บ้าง วันนี้เลยมี 3 วิธีง่าย ๆ มาฝากกัน

เช็คจากการใช้งาน

ปกติการใช้งานแบตเตอรี่มือถือหรือ Tablet ถ้ามีการใช้งานอย่างต่อเนื่องแล้วจะสามารถชาร์จวนได้ถึง 500 รอบต่ออายุแบตเตอรี่ 1 ก้อน หากเราใช้ไฟฟ้าให้หมดบ่อยก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่ของเครื่องเสื่อมได้ โดยถ้าใช้งานโดยชาร์จไฟไม่เกิน 30% แล้วชาร์จ จะทำให้ไฟฟ้าอยู่ได้นานถึง 3 ปี แต่สั้นกว่านี้อาจจะทำให้อยู่ได้แค่ 1 ปีครึ่งเท่านั้น

Read More …

แปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความบน Google Docs

สำหรับใครที่ไม่ถนัดพิมพ์ หรือไม่อยากพิมพ์ให้เมื่อย ขอเสนอ How to แปลงเสียงพูดเป็น Text แทนการพิมพ์ ด้วยฟีเจอร์ Voice to Text จาก Google

เราน่าจะเคยเห็นฟีเจอร์ “แปลง Text เป็นเสียงพูด” มาแล้ว (ใน Google Translate น่าจะเล่นกันบ่อย) แต่ถ้ากลับกัน บางคนอาจยังไม่เคยเห็น จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทาง Google ก็ได้ออกฟีเจอร์ Voice to Text แปลงเสียงพูดให้เป็น Text หรือตัวอักษรได้เลย ล่าสุดได้พัฒนาจนสามารถ “แยกแยะเสียงไทย” ได้ดีขึ้ฯ พอใช้งานได้จริงบ้างแล้ว ดังนั้น สำหรับใครที่ไม่ถนัดพิมพ์ หรือไม่อยากพิมพ์ให้เมื่อยมือ ลองมาใช้ฟีเจอร์นี้ช่วยบรรเทากันครับ

ขั้นแรก ใครที่ยังไม่มีบัญชี Google ให้ไปสมัครบัญชี Google ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็ Log-In เพื่อเข้าไปที่ “ไดรฟ์” หรือ “Google Drive” ของเราตามภาพ

 

ในหน้า Google Drive ให้สังเกตที่ตัวเลือก “ไดรฟ์ของฉัน” กดคลิกแล้วเลือก Google เอกสาร (Google Docs)

 

เมื่อเข้ามาในหน้า Google Docs แล้ว ให้ไปที่ “เครื่องมือ” > “พิมพ์ด้วยเสียง” หรือกด Ctrl + Shift + S ก็ได้

 

หลังคลิกที่ปุ่มพิมพ์ด้วยเสียงแล้ว ก็จะมีไอคอนรูปไมโครโฟนปรากฏอยู่ซ้ายมือ ให้เราคลิกที่ไอคอนดังกล่าวหนึ่งครั้ง ตัวไอคอนก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง หมายความว่า “พร้อมบันทึกเสียง” จากเราแล้วนั้นเอง

 

ปล.

จากที่ลองเทสหลาย ๆ ครั้ง แนะนำว่า ควรใช้ไมโครโฟนอัดเสียงแยกต่างหากจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ Speaker หรือไมค์ติดเครื่องตามปากติก็ได้ แต่ต้องพูดให้เสียงดังฟังชัดที่สุด และตลอดการบันทึกด้วย (ถ้าขาดช่วงไป มันจะยกเลิกบันทึกเสียงทันที) เนื่องจากการแปลงเสียง โดยเฉพาะเสียงภาษาไทย ฟีเจอร์นี้ยังไม่ถึงกับแม่นยำ 100% นัก ยังมีผิดพลาดเป็นบางโอกาสได้เหมือนกัน

โดย : นายผาสุก สันโดษ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : COMTODAY

 

จะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าอีเมลของคุณถูกแฮก

ในปัจจุบันอีเมลนับเป็นช่องทางการติดต่อที่มีความสำคัญต่อธุรกิจหรือจะใช้ในเรื่องส่วนตัว เมื่ออีเมลโดนแฮก เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน….

ขั้นตอนที่ 1 เปลี่ยนรหัสผ่าน

สิ่งแรกที่ควรทำหลังจากที่คุณสามารถกลับเข้าใช้อีเมลของคุณได้อีกครั้งก็คือ “เปลี่ยนรหัสผ่าน” เพื่อป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้ามาได้อีกครั้ง โดยเปลี่ยนให้รหัสผ่านมีการคาดเดาที่ยากขึ้น และต้องไม่เกี่ยวข้องกับรหัสผ่านอันเก่า  มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็กและตัวเลข และลองใช้ประโยคที่มีความหมายเช่น “Today I will back home at 7:00” แทนที่คำ เป็น “TIwbh@7:00”

Read More …